Showing posts with label Memory Of Love. Show all posts
Showing posts with label Memory Of Love. Show all posts

Tuesday, 4 March 2014

MV : Memory Of PSH (Part2) Phoenix bird







Hope this 2014 is a start of 
Great year , For you. Park Si Hoo




Park Pyeong-ho Born 3 April 1978.Gongju County, 
South ChungcheongProvince,South Korea.


In 2003, Used name "Park Si-hoo"  in the Entertainment.



Park Si Hoo...A Son of Buyeo




In 2 0 1 4
Park Si Hoo comeback Chinese film. 
" SCENT" 




Now…Your fans from all over the world
loves you so much. 



You are really loved by the people.
Because Park Si-hoo is Park Si-hoo



This will be an outstanding year 
for him and it just began.


Good luck… Fighting ! Park Si-hoo
THAI Fans



Created By :



Link On Youku :  Memory Of PSH (Part2) Phoenix bird




Please do not upload this MV 
to other side without my permission, thank you!..
Loverparksihoo ,2014






joined Facebook

Friday, 20 December 2013

Memory Of Love Park Sihoo & Happy New Year 2014


Sihoo...May the coming New Year bring you joy, love and peace.

Sihoo...May the joy and happiness around you today and always.

Sihoo...The greatest happiness in life is to feel peaceful; The greatest happiness in life is to possess friends. May you have all happiness in your life.



MV By .. Love U Park Si Hoo - Thailand





Thursday, 19 December 2013

Memory Of Love No.2 >> Park Si Hoo

Link : Memory Of Love No.1 >> Park Pyeong Ho




2003 นี่เองที่ Park Pyung Ho ได้ตัดสินใจเปลี่ยนชื่อของเขามาเป็น " Park Si Hoo " ชื่อ Park Si Hoo ได้เริ่มใช้มาในราวปี 2003 โดยผู้นำสวดที่หมู่บ้านเป็นผู้ตั้งให้ ความหมาย
" Si " คือ มีเมตตาต่อผู้ยากไร้ 
" Hoo " คือ มีจิตใจที่อบอุ่น อ่อนโยน ลึกซึ้ง

ชีวิตในการแสดง หลังจากเปลี่ยนชื่อเป็น " Park Si Hoo "

We become curious about the actor Park Si Hoo.  What kind of dramas did he appear in and what kind of roles was he well-received?

เราจึงกลายเป็นคนอยากรู้เรื่องราวของนักแสดง Park Si Hoo ละครแบบไหนที่เขาแสดง และบทแบบไหนที่เขาได้รับ?



Delightful Girl Choon Hyang (KBS2, 2005, cameo)


Park Si Hoo made his debut in the 2005 KBS drama “Sassy Girl Chun-Hyang or Delightful Girl Choon Hyang” in which he had a bit part and only one line of dialogue.  He played the ex-boyfriend of the #2 actress and he appeared only briefly.  Before that he lived for more than 7 years in obscurity.

Park Si Hoo ได้เปิดตัวในปี 2005 ทางช่อง KBS จากละครเรื่อง "Sassy Girl Chun-Hyang" ซึ่งเขามีบทเล็กๆ ได้พูดเพียงหนึ่งบรรทัดของบทสนทนา เขาเล่นอดีตแฟนของนักแสดงอันดับ 2 และเขาปรากฏตัวขึ้นเพียงสั้นๆ ก่อนหน้านั้นเขาเป็นนักแสดงที่ไม่มีชื่อเสียงมา 7 ปี


Let's Marry (MBC, 2005) รับบท Jae Ho

Following “Sassy Girl Chun-Hyang”, he was cast in MBC’s “Let’s Get Married” (2005)


ต่อจากเรื่อง "Sassy Girl Chun-Hyang" เขาได้รับแสดงละครอีกเรื่องของ MBC ชื่อเรื่อง "Let' s Get Married" (2005)

 
Which Star Are You  From ? (MBC, 2006) รับบท Han Jung-hoon


How to Meet a Perfect Neighbor (SBS, 2007) รับบท Yoo Joon Suk

SBS’s “How to Meet a Perfect Neighbor” (2007). His image in “How to Meet a Perfect Neighbor” especially captivated the hearts of viewers.

ละครทางช่อง SBS เรื่อง "How to meet a perfect neighbor" (2007) บทของเขาในเรื่อง "How to meet a perfect neighbor" เป็นเรื่องที่ประทับใจของผู้ชมเป็นอย่างยิ่ง


Iljimae (SBS, 2008) รับบท Shi Hoo / Ja Dol

This was followed in 2008 by SBS’s “Iljimae” in which his handsome appearance and good acting made his presence felt.

ละครเรื่องต่อมาในปี 2008 ทางช่อง SBS เรื่อง "Iljimae" ซึ่งด้วยภาพลักษณ์ที่หล่อเหลา และบทที่ส่งเสริมให้เขาดีขึ้นเรื่อยๆ

 
Family's Honor (SBS, 2008) รับบท Lee Kang Suk


In SBS “Family Honor” (2008) he played the protagonist Lee Kang Suk whose partnership with Yoon Jung Hee received plenty of love.
ในละครทาง SBS เรื่อง "Family Honor" (2008) เขาเล่นเป็นตัวเอกของเรื่อง Lee Kang Suk ผู้มีหุ้นส่วนกับ Yoon Jung Hee ผู้ที่ได้รับความรักอย่างมากมาย

Prosecutor Princess (SBS, 2010) รับบท Seo In Woo


Queen of Reversals (MBC, 2010) รับบท Goo Yong Shik

Since SBS’s “Prosecutor Princess” (2010) and MBC’s “Queen of Reversals” (2010) the nicknames of “Seo Byun syndrome” and “Man women wanna seduce” respectively were coined, and Park Si Hoo became an actor loved by teenagers as well as women in their 40 – 50. This writer remembers vividly Park Si Hoo’s charm in these two dramas.

Probably in 2010, his popularity was so sensational that his hairstyles and fashions from his roles as a lawyer and a general manager were much imitated.

From here on you can attach the word “prime time” to Park Si Hoo’s acting career.


จากตรงนี้คุณสามารถต่อด้วยคำว่า "ช่วงเวลาที่สำคัญ" สำหรับอาชีพการแสดงของ Park Si hoo
ตั้งแต่ละครทางช่อง SBS "Prosector Princess" (2010) และละครทางช่อง MBC เรื่อง "Queen of Reversals" (2010) ถูกขนานนามว่า "อาการ Seo Byun " และ "ผู้ชายที่ผู้หญิงอยากล่อลวง" ตามลำดับผลงานและPark Sihoo กลายเป็นนักแสดงที่รักของวัยรุ่นเช่นกัน รวมทั้ง ผู้หญิงวัย 40-50 ปี นักเขียนจำได้อย่างชัดเจน ถึงเสนห์ของ Park Si Hoo จากละครทั้งสองเรื่องนี้

ในช่วงปี 2010, ความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างมาก ไม่ว่าจากทรงผมของเขา และแฟชั่นจากบทของเขาในฐานะของทนาย และ ผู้จัดการทั่วไป ถูกเอามาลอกเลียนแบบอย่างมาก


The Princess' Man (KBS, 2011) รับบท Kim Seung Yu

Cheongdamdong Alice (SBS, 2012) รับบท Seung Jo


Park Si Hoo’s popularity culminated in KBS’s ”The Princess’s Man” (2011) and SBS’s “Cheongdam-dong Alice” (2012). The ratings suggest that Park Si Hoo was in no hurry and he was climbing step by step to the top.


Park Si Hoo ได้รับความนิยมอย่างสูงสุดในช่องของ KBS "The Princess’s Man" (2011) และละครทางช่อง SBS เรื่อง "Cheongdam-dong Alice" (2012) เรตติ้งบ่งบอกว่า Park Si Hoo ไม่ได้รีบร้อน
และเขากำลังปีนขึ้นอย่างทีละขั้นไปสู่จุดสูงสุด

Confession of Murder (2012) Lee Doo-seok

Sihoo movies [i am a murder] was invited to the New York Asian Film Festival in New York, the film coming through the official website in July opened the New York Asian Film Festival 2013 The film (I am a murder) was in the lineup to participated in July 2 in New York. It is scheduled to be screened in a theater. Sihoo's side was still in the time of being self-restraint but it was a grateful for him. This same movie has been released in Japan, it also was known to get an explosive reaction.

ภาพยนต์เรื่อง Confession of Murder ได้รับประกาศเป็นหนังที่ได้เข้าร่วมงานเทศกาลหนังอาเซียนที่ นิวยอร์ค่ะ โดยจะจัดขึ้นในวันที่ 2 กรกฎาคม 2013



Monday, 16 December 2013

Memory Of Love No.1 >> Park Pyeong Ho







ชื่อในการแสดง  >>> Park Si Hoo
ชื่อจริง >>> Park Pyeong Ho
เกิด >>> 3 เมษายน 1978
สถานที่ๆเขาเติบโตมา >>> Buyeo County, South Chungcheong Province, South Korea


3 เมษายน 1978 : คือวันเกิดของเด็กชาย Park Pyung Ho


Park Si Hoo เอ่ยถึงตัวของเขาเองว่า : ผมเป็นเด็กเงียบๆ ผมไม่ชอบอยู่ต่อหน้าผู้คนและผมจะใช้เวลาอยู่ตามลำพังเป็นส่วนใหญ่ เพื่อนๆที่โรงเรียนแทบทุกคนชอบไปเล่นฟุตบอลกัน ผมจะไปอีกทางหนึ่งฝึกยกบาร์หรือเล่นบาร์คู่เพื่อฝึกกล้ามเนื้อของผม คอยคิดกับตัวเองอยู่เสมอว่า ทำไมไม่ฝึกกล้ามเนื้อให้แข็งแรงแทนที่จะวิ่งไปรอบๆในเวลาที่มีแสงแดดที่แรงกล้าอย่างนั้น



เด็กชาย Park Pyeong Ho

การศึกษา :

ประถมที่ >>> โรงเรียน Baekje Elementary School
มัธยมต้นที่ >>> โรงเรียน Eansan Middle School
มัธยมปลายที่ >>> โรงเรียน Buyeo High School

ระดับมหาวิทยาลัยที่ >>> Hanyang University

อาชีพ : นักแสดง
ชื่อในภาษาเกาหลี ( Hangul ) : 박시후
ส่วนสูง : 182cm
น้ำหนัก : 70kg
ราศี : มีน
กรุ๊ปเลือด : B



ครอบครัว : พ่อ, แม่, น้องชาย Park Woo Ho


ซึ่งตามคำบอกเล่าด้วยตัวของเขาเองในการให้สัมภาษณ์เมื่อหลายปีก่อน เขากล่าวว่าเขานั้นเกิดที่กรุงโซล แต่ในทันทีที่เขาเกิดครอบครัวของเขาก็ย้ายกลับไปอยู่ที่เมือง Buyeo ในจังหวัด Chuncheong ซึ่งอยู่ทางตอนใต้ของประเทศเกาหลีใต้และเขาก็เติบโตจากที่นั่นมาโดยตลอดจนจบการศึกษาในชั้นมัํยธมปลาย



ครอบครัวของ PSH นั่นมีฐานะที่รำ่รวย บ้านของเขาตั้งอยู่ในทำเลที่ดีมาก ต้องตำราฮวงจุ้ยทุกประการที่เรียกว่า " Plum blossom Landing" (ดินแดนที่ดอกพลัมตกดิน) มีความหมายว่า " ให้ลูกหลานที่สืบตระกูลมีความเจริญรุ่งเรือง " บ้านของครอบครัวเขาสร้างด้วยหินและกระเบื้อง และ ย่าของ PSH มักจะนำอาหารไปให้กับคนที่ขาดแคลนนับร้อยทุกๆเดือน เท่ากับว่าย่าของเขาจะต้องมีเงินสะสมที่ดีมากๆทีเดียว  รถบัสจะเข้ามาในหมู่บ้าน เพียง 5 ครั้งต่อวัน ใช้เวลา 40 นาทีจาก Buyeo เพียงเพื่อที่จะมาสู่เมืองที่ถือว่าเป็นเมืองกับเขาจริงๆที่เรียกงว่า Ka Gong Li ในตัวเมือง Buyeo ในเขต Eunsan



ในช่วงระหว่างปี 1960 - 1970 พ่อของเขา Park Yong Hoon นั้นเป็นนายแบบโฆษณาที่ได้รับความนิยมคนหนึ่งและบางครั้งก็มาเป็นนักแสดงด้วย พ่อจะพาลูกชายตัวน้อยๆของเขาไปดูหนัง และจากช่วงเวลานั้นที่ หนุ่มน้อย Pyung Ho ก็ค่อยๆซึมซับเก็บเอาความประทับใจกับหนังละครขึ้นมาเรื่อยๆ




ในปี 1997 : ก่อนที่เขาจะเข้ามาอยู่ในกรุงโซลนั้นเขาเคยมีส่วนร่วมในงานละครเวทีมาก่อนที่โรงละคร Yisangpa ในเมืองเล็กๆชื่อ Daehak Ro

ในปี 1998 : Pyung Ho ได้เติบโตมาเป็นหนุ่มน้อยวัย 20 ปีบริบูรณ์ และนั่นแหละคือช่วงเวลาที่เขาได้ตัดสินใจอย่างแน่วแน่ที่จะต้องเข้ามาในกรุงโซลเพื่อตามหาฝันของเขาให้เป็นจริงให้ได้

และโดยบังเอิญวันหนึ่งเขาก็ได้พบกับเพื่อนในสมัยเรียนที่ป้ายรถเมล์ในเมือง Buyeo จึงทราบว่าเพื่อนคนนี้ได้ไปทำงานในกรุงโซล และเสนอที่จะให้ความช่วยเหลือเขาทั้งที่พัก และงานให้เขาทำอีกด้วย กับข้อเสนอที่มาแบบไม่คาดหวังเช่นนี้ มีหรือเขาจะเมินเฉยอยู่ได้ เขาจึงตอบรับโดยทันที และตัดสินใจที่จะออกจากบ้านมุ่งมั่นมาที่กรุงโซล เพื่อตามหาฝันที่ดูช่างไกลเกินเอื้อมสำหรับเด็กหนุ่มจากเมืองเล็กๆห่างไกลความเจริญอย่าง Park Pyung Ho 




ในปี 1998 : Park Pyung Ho ได้ออกจากบ้านมาตามคำชวนของเพื่อนนักเรียนเก่าที่พบกันที่ป้ายรถเมล์ โดยเสนอจะช่วยเหลือเขาทั้งที่พักและงานให้ทำ Pyung Ho ไม่มีเวลาคิดและเตรียมตัวอะไรมากนัก เขาจึงแทบไม่มีอะไรติดตัวมาจาก Buyeo เลย

PSH : " ผมเชื่อมั่นว่าผมจะต้องประสพความสำเร็จ และความเป็นคนที่ไม่ยอมรับรู้กับความเป็นจริงของชีวิตในช่วงนั้น ผมจึงกล้า บ้าบิ่น พอที่จะมุ่งมั่นต่อไป เต็มเปี่ยมไปด้วยความหวังว่าผมจะต้องได้แสดงเป็นตัวนำ เมื่อคิดถึงช่วงนั้นแล้วผมรู้สึกว่ามันเป็นการมองโลกในแง่ดีที่ไม่มีพื้นฐานจากอะไรเลย แม้หลายปีผ่านไป ผมก็ไม่เคยย่อท้อ หรือเลิกล่มความคิดที่ว่า วันหนึ่งผมจะต้องประสพความสำเร็จ ไม่ใช่เพราะผมเป็นคนที่มีเหตุผลหรือไตร่ตรองอะไร แต่เพราะธรรมชาติของผมที่เป็นคนมุมานะ บากบั่น และ ดึงดัน"


เมื่อมาถึง Seoul เขาจึงทราบว่าเพื่อนที่แนะนำเขานั้นเป็นพวกฉ้อโกง เขาจึงตัดสินใจหลบหนีออกมา และโดยปราศจากซึ่งแผนการณ์ล่วงหน้าใดๆเขาก็สร้างทางให้กับตัวเองผ่านงานในมหาวิทยาลัย

เขาเข้าศึกษาใน " มหาวิทยาลัย Hanyang " วิชาเอกของเขาคือ ... การศึกษาเกี่ยวกับการบริหารงานชุมชน (คงจะคล้ายๆ รัฐศาสตร์ บ้านเรา) และเขาก็เข้ามาเป็นสมาชิกของกลุ่มละครเวทีของมหาวิทยาลัยด้วย

หลังจากนั้นเขาก็ไปเคาะประตูของกลุ่มการแสดงละคร งานแรกของเขาคือเอาป้ายโปสเตอร์ไปแปะ การแสดงละครเวทีเป็นอะไรที่เป็นปัญหาใหญ่สำหรับคนขี้อายอย่าง PSH แต่เขาก็อดทนและใช้เวลาของเขาอยู่ที่นั้นต่อไป คนอื่นๆที่เริ่มต้นในช่วงเวลาเดียวกับเขาได้เลิกลากันไปหมดแล้ว จากคนหนึ่งแล้วก็ตามๆกันออกไป เพราะพวกเขาไม่สามารถจะทนกับการมีสภาพชีวิตแบบนั้นได้

Pyung Ho : ได้งานเป็นนักแสดงนำฝ่ายชายร่วมกับนักแสดงอีกคนหนึ่ง( Double-cast หมายถึง สลับกันเป็นพระเอกกับนักแสดงอีกคนหนึ่งในละครเวทีที่มีหลายรอบด้วยกัน ) ในละครเรื่อง " Twelve Nyang Life "* ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของชีวิตที่ทุกข์ยากของเขา








PSH ขณะเดินอยู่ใน Campus ของมหาวิทยาลัย


นี้คือบันไดเพื่อลงไปในห้องเก็บของซึ่ง PSH 
ใช้ที่แคบๆใต้บันไดนี้อีกทีหนึ่งเป็นที่อาศัยหลับนอนกว่า 1 ปีครึ่ง

PSH : " ครั้งหนึ่งผมเคยใช้โรงยิมเป็นที่พักอาศัย ... เพราะเพื่อนที่ผมอาศัยอยู่กับเขาอยู่ๆก็ถูกเรียกไปเกณฑ์ทหาร ( ไม่สามารถที่จะรับภาระจ่ายค่าห้องเพียงคนเดียวได้ ) ผมต้องเอากล่องใส่น้ำดื่มมาต่อเข้าด้วยกันตรงที่ว่างใต้บันไดเพื่ออาศัยเป็นที่นอน อยู่อย่างนั้นประมาณ 1 ปีครึ่ง เวลาฝนตก น้ำก็จะทะลักเข้ามารวมกัน (ยิ้ม) อยู่ตรงที่ๆผมนอน มันราวกับว่าเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวานนี้เอง "

PSH : " มันคือโรงยิมแถวๆ Bangdae Dong ... ยังคงอยู่จนถึงทุกวันนี้ครับ ผมอยากจะกลับไปสักครั้งหนึ่งเหมือนกัน ช่วงเวลานั้นคือช่วงเวลาที่ว้าเหว่ที่สุดของผม ผมอยู่ตามลำพังคนเดียวเป็นวันๆ นับตั้งแต่ผมตัดสินใจแยกตัวออกมาจากบ้านเพื่อมาเป็นนักแสดง ผมก็ใช้เวลาทำงานอยู่ที่นั้น เพราะไม่อยากเป็นภาระกับใคร

PSH : ได้เล่าถึงช่วงขีวิตที่ด้องฝืนทนของเขา ซึ่งเป็นช่วงที่เขากำลังมีความหวังอย่างเต็มเปี่ยมที่จะได้เริ่มสร้างชื่อให้กับตัวเองใน ละครเวทีเรื่องแรกของเขา ซึ่งในวันแรกนั้นไม่ไช่รอบที่เขาจะต้องแสดงในฐานะตัวนำ

PSH : มันถึงช่วงที่ละครกำลังจะฉายรอบแรกแล้ว และเป็นเวลาที่จะต้องออกทำการแจกใบปลิวไปตามที่สาธารณะต่างๆ ในที่สุดหน้าของผมจะได้ปรากฏในภาพกับเขาเสียที ผมนั้นเต็มไปด้วยความคาดหวังอย่างเต็มเปี่ยม ผมได้เป็นตัวนำ ใช่ไหมหละ? ผมก็เลยเปิดสมุดคู่มือการชมละครออกดู อุ๊ป! ชื่อของผมไม่ได้อยู่ที่รายชื่อของนักแสดง มันกลับไปอยู่ที่ด้านหลัง? ไม่นะ อยู่ตรงหน้าที่ 3 รวมอยู่กับพนักงานทั่วๆไปผมเห็นรูปของผมแล้ว เป็นไปได้อย่างไร ? นี้เพราะผมมาร่วมกับเขาไม่ถึงครึ่งปีหรืออย่างไร ? ผมนั้นสะเทือนใจมากเป็นที่สุด ผมไม่รู้ว่าจะคิดอย่างไร ผมวิ่งไปนั่งที่สวนสาธารณะในทันที นั่งอยู่อย่างนั้นประมารณ 20 -30 นาที ได้แต่จ้องอยู่ที่สมุดคู่มืออยู่อย่างนั้น คอยคิดแต่ว่าผมควรจะกลับบ้านไปเสียเลยดีไหมและลืมทุกสิ่งทุกอย่างให้หมด แต่นี้มันใกล้จะถึงเวลาที่การแสดงจะเริ่มแล้ว แต่เพราะมันเป็น Double cast ( ทีมนักแสดง 2 ชุด) วันนั้นมันเป็นของอีกกลุ่มหนึ่งที่จะต้องแสดงและผมมีหน้าที่รับผิดชอบเกี่ยวกับเรื่องของการให้แสง ถ้าผมไม่ทำมัน มันก็จะไม่มีแสงไฟ ดังนั้นผมจึงกลับไปที่โรงหนัง

PSH : เมื่อการแสดงสิ้นสุดลง ผมได้กลับไปที่ห้องเล็กๆของผมที่สถานออกกำลังกายแห่งนั้น ผมรู้สึกว่าตัวเองนั้นช่างเคราะห์ร้ายเหลือเกิน มันมืดแปดด้านไปหมด ผมไม่รู้จักใครเลย ผมมาที่โซลด้วยมือเปล่าๆ ผมรู้สึกทั้งเหงา ว้าเหว่ และเสียใจมากๆ ดังนั้นในชั่วขณะนั้นเองผมก็เลยตัดสินใจครั้งสำคัญ


PSH : ผมใช้โทรศัพท์เข้าไปที่ศูนย์โทรเพื่อโทรทางไกลไปที่บ้าน ( NK : นั้นเป็นวิธีเก่าๆดั้งเดิมก่อนมี cellphone ที่เราต้องโทรผ่านศูนย์เพื่อที่จะโทรทางไกลไปต่างจังหวัด ) ผมรู้สึกว้าเหว่มากจริงๆ ผมจึงโทรเข้าไปหาแม่ ในทันทีที่ได้ยินเสียงแม่เท่านั้นน้ำตาของผมก็ไหลออกมาแบบชนิดหยุดไม่ได้เอาเลย ตามองดูห้องเล็กๆแคบๆตรงหน้าและพูดกับแม่ไปด้วย ผมอยากให้แม่ปลอบโยนผมแต่แม่กลับพูดว่า " ถ้ามันยากลำบากนักที่ Seoul แล้วจะทนอยู่ที่นั่นไปทำไม ? กลับมาบ้านเดี๋ยวนี้เลย! " แม่ของผมไม่ทราบว่าอะไรเกิดขึ้น เธอคิดว่าผมกำลังไปได้ดี ผมถามแม่ว่า" แม่ ผมกำลังรู้สึกสิ้นหวัง และ ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ผมถึงได้โทรมาหาแม่ ทำไมแม่ต้องมาดุผม ? "




ระหว่างปี 1999 - 2003 จนในที่สุดเขาจึงตัดสินใจไปเข้ารับราชการทหารอยู่ถึง 3 ปี 

ในปี 2003 : หลังจากออกมาจากกองทัพได้ไม่นาน Pyung Ho ก็ได้งานโฆษณาชุดชั้นในชิ้นหนึ่งที่ภาพของเขาในชุดชั้นในยังคงวนเวียนออกมาทาง Internet อยู่เสมอๆ โดยตัวของเขาเองมักพูดถึงเรื่องนี้ทุกคนที่ถูกถามขึ้นมาว่า " ไม่ใช่ทุกคนที่จะเป็นนายแบบกางเกงชั้นในได้ " และเขาก็ใช้เวลาอีกหนึ่งปีครึ่งอยู่กับชีวิตในโรงละคร ถ่ายโฆษณา และแสดงละครเป็นตัวประกอบเล็กๆอยู่อย่างนั้น




2003 นี่เองที่ Park Pyung Ho ได้ตัดสินใจเปลี่ยนชื่อของเขามาเป็น " Park Si Hoo " ชื่อ Park Si Hoo ได้เริ่มใช้มาในราวปี 2003 โดยผู้นำสวดที่หมู่บ้านเป็นผู้ตั้งให้ ความหมาย



" Si " คือ มีเมตตาต่อผู้ยากไร้ 
" Hoo " คือ มีจิตใจที่อบอุ่น อ่อนโยน ลึกซึ้ง


ชีวิตในช่วงนั้นของเขา วันๆหนึ่งจะหมดไปกับการต้องวิ่งรอกไปถ่ายโฆษณาบางชิ้น ในเวลาเดียวกับที่เขามีงานแสดงบนเวที เขาต้องทำงาน Part time ควบคู่ไปกับบทเล็กๆที่เขาจะได้เล่น ถ่ายแบบ ทำงานบนเวที วนเวียนอยู่อย่างนั้นแต่เขาก็ไม่เคยท้อแท้







cr.all about Park sihoo.thanks